ชุดฝึกการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
“การสร้างคนเก่งหัวกะทิขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำทางวิชาการในอนาคต  แม้ว่าเราใช้เงินทองสักเท่าไรก็ตามถ้าทำได้ก็ย่อมมีความคุ้มค่า”โกววิท  วรพิพัฒน์

การศึกษานับเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศ    เพราะรากฐานของชาติคือคน รากฐานของคนคือการศึกษา คนที่มีคุณภาพจะช่วยสร้างความเจริญที่ยั่งยืนในอนาคต การเตรียมคนที่มีคุณภาพเพื่อเป็นผู้นำด้านต่าง ๆ  จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะนำพาชาติให้เจริญก้าวหน้า   การปรับโครงสร้างทางการศึกษา  การปฏิรูปการศึกษาต้องทำอย่างจริงจังและได้รับความร่วมมือกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางการศึกษา   ต้องฝึกฝนคนที่มีสติปัญญาให้ได้เป็นผู้นำในการแก้ปัญหาและเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ    เป็นกำลังสำคัญในการบริหารและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า  การสร้างคนเก่งหัวกะทิขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำทางวิชาการในอนาคตแม้ว่าเราจะใช้เงินทองสักเท่าไรก็ตาม   ถ้าทำได้ก็ย่อมมีความคุ้มค่า ( โกวิท  วรพิพัฒน์.  2535  :  8)  

เป้าหมายของการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาชาติคือการพัฒนาคนและคุณภาพของคนให้เป็นผู้ที่มีปัญญา รู้จักเหตุและผล รู้จักแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มุ่งพัฒนาพฤติกรรมทางสังคมที่ดีงามทั้งในการทำงาน  และการอยู่ร่วมกัน   ( สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ. 2540 : 1- 2) จะเห็นว่าการจัดการศึกษาในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ปัญหา  วัตถุประสงค์ประการหนึ่งในการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์คือ   ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา ฝึกกระบวนการคิด  ทำให้ผู้เรียนรู้จักการคิดวิเคราะห์หาเหตุผล  การแก้ปัญหาควรจะเป็นจุดเน้นที่สำคัญในหลักสูตรคณิตศาสตร์ เป็นเป้าหมายพื้นฐานในการสอนคณิตศาสตร์และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการเรียนคณิตศาสตร์ (Kennedy and Tipps. 1994 : 135 )  การแก้ปัญหาเป็นสิ่งสำคัญ  สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้แนวคิดและทักษะต่าง ๆ  ทางคณิตศาสตร์  (NTCM. 2000 :182 : citing Schroeder and Lester. 1989. New Directions for Elementary School Mathematics.) นอกจากนี้ สมาคมครูคณิตศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา(NTCM)ได้กำหนดให้การแก้ปัญหาเป็น 1 ใน 5  มาตรฐานกระบวนการทางคณิตศาสตร์  ใน  Curriculum  and  Evaluation  Standards  for  School  Mathematics  ปี ค.ศ.  2000  (NTCM.  2000  :  29)

ดังนั้น การเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์จึงควรเน้นช่วยผู้เรียนให้ได้รับการฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา   ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งที่จะต้องพัฒนาให้เกิดในตัวผู้เรียน  เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิต  ดังที่  โพลยา   กล่าวว่า  การแก้ปัญหาเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์  ส่วนใหญ่ที่สุดของความคิดขณะที่มนุษย์ยังมีสติจะเกี่ยวข้องกับปัญหา (Polya. 1957  :  221)   มนุษย์มีการแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้   ความเจริญก้าวหน้าของโลกที่เกิดขึ้นก็เกิดจากการรู้จักแก้ปัญหาของมนุษย์   ฟิชเชอร์   กล่าวว่า  ทักษะการแก้ปัญหา   เป็นทักษะพื้นฐานสำหรับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน  ส่งเสริมความสามารถในระดับต่าง ๆ  ที่จะนำไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิต  ทักษะการแก้ปัญหานี้ส่งผลต่อทักษะอื่น ๆ ได้แก่  ความคิดสร้างสรรค์และความคิดวิจารณญาณ   และส่งเสริมกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้แก่  การสังเกต  การออกแบบ  การตัดสินใจ  การระดมสมองทำงานเป็นกลุ่ม  และใช้เป็นเครื่องมือหาคำตอบ  การแก้ปัญหาเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์   ดังนั้น  การแก้ปัญหาจึงมีความสำคัญในการจัดการศึกษาของมนุษย์ด้วย  (Fisher. 1987 : 2 – 3) 

                สำหรับประเทศไทย จากการประเมินคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2541 โดยสำนักทดสอบทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ วิชาคณิตศาสตร์

(1)  มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 46.50%  และวิชาคณิตศาสตร์ (2) มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 49% นอกจากนี้ในวิชาคณิตศาสตร์(2)   ซึ่งวัดการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  การรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล   การแสดงความคิดออกมาอย่างมีระบบ   มีจำนวนผู้เรียนที่ควรปรับปรุงมากกว่าวิชาอื่น ๆ ถึงร้อยละ16.80 (กรมวิชาการ.  2541 : 15)  ทั้งนี้สาเหตุอาจมาจากตัวผู้เรียนเอง  คือผู้เรียนวิเคราะห์โจทย์ปัญหาไม่ได้ ขาดการคิดอย่างมีเหตุผลและการคิดอย่างมีระบบ  และสภาพปัญหาคุณภาพการสอนของผู้สอน   คือผู้สอนขาดเทคนิคการสอน   เทคนิคการสอนไม่ได้เอื้ออำนวยให้เกิดความคิดอย่างมีเหตุผลและมีระบบตามกระบวนการทางคณิตศาสตร์    ขาดการฝึกทักษะให้กับผู้เรียน  ผู้สอนไม่ได้ผลิตสื่อที่ตรงตามกระบวนการแก้โจทย์ปัญหา  (กรมวิชาการ. 2539  :  98) 

การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหานั้น   ตามทฤษฏีพัฒนาการทางปัญญา ( Theory of Cognitive Development ) ของ  พีอาเจต์  (Jean  Piaget) กล่าวว่า  ความสามารถในการแก้ปัญหาจะเริ่มพัฒนาการมาตั้งแต่ขั้นที่ 3  คือ Stage of concrete operations   เด็กที่มีอายุ  7 – 11  ปี  มีความสามารถที่จะอ้างอิงด้วยเหตุผลไม่ขึ้นกับการรับรู้ด้วยรูปร่างเท่านั้น     สามารถแบ่งกลุ่มด้วยเกณฑ์หลาย ๆ อย่าง และคิดย้อนกลับได้  สามารถแก้ปัญหาที่มีการดำเนินการที่ยุ่งยากได้แต่ยังเป็นปัญหาที่เป็นรูปธรรมอยู่  ต่อมาถึงระดับการพัฒนาการขั้นที่ 4 คือ Stage  of  formal  operations  เด็กมีอายุ 12 – 14  ปี  จะมีความสามารถในการหาเหตุผลดีขึ้นและสามารถคิดแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้  คิดเหนือไปกว่าปัจจุบัน สนใจที่จะสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างและมีความพอใจที่จะคิดพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนหรือสิ่งที่เป็นนามธรรมชนิดสลับซับซ้อนได้ (Hergenahn and Matthew. 1997 : 287 – 288) เนื่องจากผู้เรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 6 นั้นมีอายุอยู่ในช่วงปลายของขั้นที่ 3 ต่อช่วงต้นขั้นที่ 4 ตามทฤษฎีพัฒนาการตามสติปัญญาของพีอาเจต์  ผู้เรียนในระดับนี้เริ่มมีความสามารถในการแก้ปัญหาแล้ว  ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเชื่อว่าเด็กในระดับนี้น่าที่จะรับหรือเรียนรู้ในการฝึกเพื่อพัฒนาทางด้านความสามารถในการแก้ปัญหาได้  และถ้าพวกเขามีความสามารถหรือมีทักษะในการแก้ปัญหาแล้ว จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อในระดับสูงต่อไป การที่จะฝึกให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหานั้นกิจกรรมการเรียนการสอนและบทบาทของผู้สอนนับว่าสำคัญต่อการที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหา   ผู้สอนสามารถช่วยให้ผู้เรียนเป็นนักแก้ปัญหาได้   โดยการเลือกปัญหาที่เหมาะสมให้ผู้เรียนทำ  ประเมินความเข้าใจและการใช้ยุทธวิธีต่าง ๆ  ของผู้เรียน  ผู้สอนควรมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการสอนการแก้ปัญหา

ปัจจุบันความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กไทยยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ทั้งที่การแก้ปัญหาเป็นกระบวนการที่สำคัญกระบวนการหนึ่งในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์  อีกทั้งยังไม่มีเครื่องมือที่จะพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหานี้ที่เด่นชัด    ผู้วิจัยจึงคิดที่จะพัฒนาเครื่องมือดังกล่าวในรูปของชุดฝึกพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งประกอบด้วย แบบฝึกการแก้ปัญหา และแบบทดสอบ    เพื่อให้ผู้เรียนใช้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสามารถของแต่ละบุคคล  เมื่อศึกษาจบแล้วจะทำการทดสอบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเองและศึกษาชุดอื่น ๆ  ต่อไป  ขณะใช้ชุดฝึกพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์นี้   ผู้เรียนสามารถปรึกษาหารือกันเองได้ และถ้ามีปัญหาผู้เรียนสามารถปรึกษาผู้สอนได้  โดยผู้สอนจะอยู่ในฐานะผู้คอยชี้แนะแนวทางการเรียนรู้  ชุดการเรียนการสอนนี้เน้นการพัฒนาความสามารถตามศักยภาพของแต่ละคนไม่ขึ้นกับผู้อื่น  และถ้าชุดฝึกพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์     ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพจะเป็นแนวทางในการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ต่อไป

 

About these ads

เกี่ยวกับ kamonluk55maree

Love 2NE1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s